การพึ่งพาไม่ได้อยู่ที่ชั้นวางสินค้าเท่านั้น
เมื่อพูดถึงอาหารนำเข้า คนจำนวนมากอาจนึกถึงสินค้าที่เดินทางจากต่างประเทศมาถึงตลาดโดยตรง เช่น วัตถุดิบ อาหารแปรรูป หรือสินค้าเกษตรบางประเภท แต่การพึ่งพาต่างประเทศของระบบอาหารอาจซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น เพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสามารถผ่านหลายขั้นตอนก่อนกลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคซื้อ
ดังนั้น การประเมินการพึ่งพาต่างประเทศจึงไม่ควรดูเฉพาะมูลค่าการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปเท่านั้น ควรพิจารณาด้วยว่าอุตสาหกรรมอาหารใช้วัตถุดิบมากเพียงใด ระบบการผลิตเชื่อมโยงกับภาคเกษตรอย่างไร และค่าใช้จ่ายด้านอาหารกระจายอยู่ในภาคส่วนใดบ้าง
ข้อมูลของญี่ปุ่นเปิดมุมมองที่สำคัญในเรื่องนี้ แม้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่ได้ระบุมูลค่าการนำเข้าโดยตรง แต่แสดงให้เห็นขนาดของวัตถุดิบที่ถูกป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร และมูลค่าที่เกิดขึ้นเมื่ออาหารไปถึงการบริโภคขั้นสุดท้าย ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า “ความมั่นคงของอาหาร” เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงด่านนำเข้า
ตัวเลขต้นน้ำและปลายน้ำบอกอะไร
ในปี 2020 มูลค่าวัตถุดิบอาหารที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารของญี่ปุ่นอยู่ที่ 842,310 พันล้านเยน ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับปี 2015 ขณะเดียวกัน มูลค่าค่าอาหารที่จัดสรรตามภาคส่วนจากการบริโภคขั้นสุดท้ายอยู่ที่ 7,605,410 พันล้านเยนในปี 2020 ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับปี 2015
ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ใช่ตัวชี้วัดการพึ่งพาต่างประเทศโดยตรง และไม่ควรถูกตีความว่าเป็นสัดส่วนการนำเข้า แต่ช่วยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “มูลค่าวัตถุดิบที่เข้าสู่การผลิต” กับ “มูลค่าที่ปรากฏในระบบการบริโภค” ระหว่างทางยังมีการแปรรูป การขนส่ง การจำหน่าย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้มูลค่าอาหารเปลี่ยนแปลง
| ตัวชี้วัด | ปี 2020 | การเปลี่ยนแปลงจากปี 2015 |
| มูลค่าวัตถุดิบที่ป้อนสู่อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร | 842,310 พันล้านเยน | -0.8% |
| มูลค่าค่าอาหารที่จัดสรรตามภาคส่วนจากการบริโภคขั้นสุดท้าย | 7,605,410 พันล้านเยน | -8.9% |
สำหรับผู้อ่านในไทย ประเด็นสำคัญคือ การมีมูลค่าอาหารปลายทางสูงกว่ามูลค่าวัตถุดิบไม่ได้หมายความว่าอาหารทั้งหมดผลิตได้ภายในประเทศ หรือมีการนำเข้ามากน้อยเพียงใดโดยอัตโนมัติ แต่หมายความว่าอาหารหนึ่งหน่วยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นระหว่างผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ
ดัชนีที่ควรแยกให้ออกจากกัน
การสร้างดัชนีการพึ่งพาต่างประเทศควรแยกอย่างน้อยสามเรื่องออกจากกัน
เรื่องแรกคือการพึ่งพาวัตถุดิบ วัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานอาจมาจากภายในประเทศหรือต่างประเทศ การวัดจึงต้องเชื่อมโยงมูลค่าการนำเข้ากับปริมาณหรือมูลค่าวัตถุดิบที่ใช้จริง
เรื่องที่สองคือการพึ่งพาในขั้นตอนการผลิต แม้สินค้าเกษตรจะผลิตในประเทศ แต่อุตสาหกรรมอาหารอาจพึ่งพาส่วนประกอบ เครื่องจักร พลังงาน หรือบริการจากต่างประเทศ ข้อมูลต้นทุนการผลิตจึงมีความสำคัญไม่แพ้ข้อมูลการค้า
เรื่องที่สามคือการพึ่งพาตลาดและการบริโภค สินค้าที่ผลิตภายในประเทศอาจถูกส่งออก ขณะที่สินค้าที่บริโภคในประเทศอาจมาจากห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ การดูเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกหรือปริมาณผลผลิตจึงไม่เพียงพอที่จะอธิบายความเสี่ยงทั้งหมด
สิ่งที่ไทยควรติดตาม
จากมุมมองของผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย ดัชนีที่ดีควรตอบคำถามได้ว่า วัตถุดิบสำคัญมาจากที่ใด ขั้นตอนใดมีการพึ่งพาต่างประเทศสูง และเมื่อเกิดความผันผวนในห่วงโซ่อุปทาน ผลกระทบจะส่งผ่านไปยังราคาและการผลิตอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่นำเสนอในบทความนี้ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้โดยตรง เพราะเอกสารที่ใช้กล่าวถึงมูลค่าวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและมูลค่าค่าอาหารจากการบริโภคขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ไม่ได้ให้สัดส่วนวัตถุดิบนำเข้า หรือแยกประเทศต้นทางของสินค้า
ข้อสรุปที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การประกาศว่าไทยหรือประเทศใดพึ่งพาต่างประเทศมากหรือน้อยจากตัวเลขชุดนี้ แต่คือการย้ำว่า การวัดการพึ่งพาควรมองตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการบริโภค ตัวเลขต้นน้ำและปลายน้ำเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทำความเข้าใจโครงสร้างอาหาร และควรนำไปประกอบกับข้อมูลการนำเข้า การผลิต และการใช้วัตถุดิบก่อนจัดทำดัชนีที่เปรียบเทียบระหว่างประเทศ
出典
- 農林漁業及び関連産業を中心とした産業連関表(飲食費のフローを含む。)・農林水産省
https://www.e-stat.go.jp/dbview?sid=0004047255
- 農林漁業及び関連産業を中心とした産業連関表(飲食費のフローを含む。)・農林水産省
https://www.e-stat.go.jp/dbview?sid=0004047254